วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ความรู้สึกที่มาเยือนซ้ำๆ

จากวันนั้นถึงวันนี้ หนึ่งปีกับแปดเดือนกว่าๆ ที่พ่อจากลูกไป ...
ช่วงเดือนแรกลูกรับไม่ได้ที่ต้องสูญเสียคนที่รักมากที่สุดในชีวิตไป

เดือนถัดมารับไม่ได้มากขึ้นที่
เรียนมาตั้งเยอะ สอนคนมาตั้งมากมายแต่ช่วยอะไรพ่อไม่ได้เลย
......จะเป็นครูพยาบาลต่อไปอีกทำไม

..................ยิ่งนาน..............

คิดว่าความรู้สึกต่างๆ จะจางลง

แต่...ไม่ใช่เลย

ความรู้สึกตอนนี้ มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก คิดอะไรไม่ออก มึน
ความหวัง ความสดใส ความสุขหายไป

ว่างเมื่อไหร่ก็คิดถึงพ่อ และหนักขึ้นถึงแม้ไม่ว่างก็คิดถึงพ่อ
ยิ่งตอนนี้เริ่มคิดถึงแม่ขึ้นมาอีกกลัวแม่จะจากไป

................นี่แหละ............

ผลจากความรัก ความผูกพัน
ยิ่งรักมากเวลาจากกันมันทุกข์ ทุกข์จนอธิบายไม่ถูก

เมื่อก่อนใครบอกว่าทุกข์ก็มองไม่ออก ไม่เข้าใจ คิดว่าอะไรจะปานนั้น
จนมารู้ มาเจอ มาสัมผัสด้วยตัวเอง............................

สัมผัสทุกข์แล้ว สักวันคงได้สัมผัสความสุข ความสดใส อีกครั้ง


วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556.... การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในชีวิต (แด่..."พ่อ")

แด่..."พ่อ"

เย็นวันฉัตรมงคลปีนี้ พ่อบอกว่า "พ่อรักลูก แต่พ่อคงอยู่กับลูกได้ไม่นาน ถ้าพ่อเป็นอะไรไป...ขอให้ลูกของพ่อจงเป็นคนดี อย่ามัวห่วงพ่อ อย่ากังวล จงเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือ และจงถือเอาข้างหน้าเป็นไป" จากนั้น...ลูกก็ไม่มีโอกาสได้ยินเสียงของพ่ออีกเลย พ่อทำอะไรไว้ตั้งมากมาย แต่ไม่ได้หยิบเอาอะไรไปด้วยเลย ลูกไม่ได้บอกลา ไม่ได้บอกรัก ไม่ได้แทนคุณ และยังไม่ได้กล่าวขอบคุณพ่อเลยด้วยซ้ำ...พอได้ยินเพลงนี้ทีไร ก็อดคิดถึงคำพูดของพ่อไม่ได้สักที  http://www.youtube.com/watch?v=DO3yjlMCA_g …

ลูกขอโอกาสแค่ได้กอดและบอกรักพ่ออีกสักครั้ง http://www.youtube.com/watch?v=izLHRA9k1jQ …"เพียงต้องการ อยากเอ่ยคำลากับเธอซักวินาที พอให้ฉันได้มองแววตาสุดท้ายของเธอคนดียอมทั้งนั้น แค่เพียงให้ฉันได้กอดเธอเอาไว้ตรงนี้ จะย้ำเตือนกับเธอว่า รักเธอ จนนาทีสุดท้าย"


....รักพ่อค่ะ......

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ควันหลงวันวาเลนไทน์

วันนี้หลายคนคงเฝ้ารอว่าจะเกิดอะไรให้ชุ่มชื่นหัวใจบ้างไม๊

แต่อย่าลืมคำสอนของพระพุทธองค์ที่ว่า "ไม่ควรปล่อยตนให้ตกอยู่ภายใต้อำนาจแห่งความรักเพราะการพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักเป็นเรื่องทรมานและเรื่องที่จะบังคับมิให้พลัดพรากก็เป็นสิ่งสุดวิสัยทุกคนจะต้องพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง"

แต่เราควรยึดมั่นในพระปัจฉิมโอวาสที่ว่า "สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด"

เออ! วันนี้มาแนวธรรมะธรรมโมแฮะ สงสัยช่วงนี้เจออะไรมาเยอะ หลงคิดไปว่าตัวเองกำลังเข้าใจสัจธรรม เอาน่ะช่วงหนึ่งที่คิดว่าเข้าใจก็ยังดี วันหน้าคงมีโอกาศเข้าใจอย่าถ่องแท้

HAPPY VALENTINE'S DAY 

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555

วันนี้คุณหม่ำแอปเปิ้ลแล้วหรือยัง

วันนี้มีโอกาสเสวนา(จริงๆ แถวบ้านเรียก "คุยกัน") เรื่อง iphone กับพี่วาด และพี่สุทิน 

โดยพี่วาดทำหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ อธิบายคุณสมบัติและประเภทของ iphone ที่ใช้อยุ่ (ถ้าคิดภาพประกอบเป็นพริตตี้หลังคลอด อธิบายและสาธิตการใช้งาน iphone ยี่ห้อหนึ่งซึ่งมีโลโก้สินค้าตรงกัน จะได้อรรถรสมากขึ้นนะ)...และแล้ว เหตุการณืที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น พี่สุทินผู้เงียบขรึมและมึนงง ถามขึ้นมาว่า "อาจารย์คร่าบ!! ทำไมแอปเปิ้ลลูกนั้น ถึงโดนกัดคร่าบ" ... นั่นสินะ
-          ทำไมแอนแอปเพิ้ลลูกนั้นต้องโดนกัด?
-          ทำไมต้องเป็นแอนแอปเพิ้ล? ไม่เป็นมังคุด น้อยหน่า มะเฟือง ขนุน หรือแปะก๊วย ฯลฯ 

พอกลับถึงแฟลตปุ๊บ ก็ทำการประเมินและจัดการ basic & advance ADL ให้เรียบร้อย ก่อนจะคว้าแอปเปิ้ลในตู้เย็นมานั่งแทะ มือก็เริ่มคีย์ข้อความใน google สมองก็คิดไปเรื่อยๆ จนพบว่า "แอนแอปเพิ้ลที่ถูกกัด"...มีที่มาที่ไปดังนี้

พัฒนาการของโลโก้แอปเปิ้ลอันโด่งดัง
    Apple Corp. มีโลโก้อันโดดเด่น คือ รูปแอปเปิลสีใสมีรอยโดนกัดแหว่งข้างขวา เรียกชื่อว่า monochrome Apple ใช้มาตั้งแต่ปี 1998

ก่อนหน้านี้ (1977-1997) Apple ใช้โลโก้ที่มีสีสันเป็นสีรุ้ง ออกแบบโดย Mr.Rob Janoff เพื่อให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ Apple II ซึ่งเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นแรกสำหรับ customer ที่แสดงผลเป็นสีได้ เขาได้ออกแบบโลโก้อันนี้ โดยเริ่มจากโครงรูปผลไม้แอปเปิลแบบง่าย ๆ และเพิ่มรอยกัด ลงไปเพื่อให้แตกต่างจากผลเชอรี่ หรือมะเขือเทศ ซึ่งคำ ว่า bite ในภาษาอังกฤษก็อาจจะหมายถึง Byte ในภาษาคอมพิวเตอร์

แต่ก่อนหน้านี้ไปอีก Apple มีโลโก้อันแรกดั้งเดิมซึ่งก็เกี่ยวข้องกับผลไม้ชนิดเดียวกันนี้ นั่นคือ ภาพ Drawing ขาวดำ ของ เซอร์ไอแซค นิวตัน นั่งอยู่ใต้ต้น Apple ภายใต้แนวคิดที่ว่า ลูกแอปเปิล เป็นสิ่งที่ทำให้ นิวตันค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลกซึ่ง ทำให้เกิด idea และสมมุติฐานทางวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ตรงกรอบ รอบรูปมีโคลงของ William Wordsworth ว่า “Newton….A mind forever voyaging through strange seas of thought….alone”



ที่มาของโลโก้ "แอปเปิ้ล"
Apple Corp. หรือที่เรารู้จักกันในชื่อแอปเปิ้ล ผู้เป็นเจ้าของระบบปฏิบัติการ Macintosh, เครื่องคอมพิวเตอร์ iMac, เครื่องเล่น MP3 ที่รู้จักกันทั้งโลก “iPod”, โทรศัพท์มือถือ iPhone ฯลฯ นั้นมีโลโก้เป็นรูป แอปเปิ้ลตามชื่อแบรนด์ แต่เหตุใดต้องเป็นแอปเปิ้ล ทำไมไม่เป็นทุเรียน หรือ สับปะรด

      คอนเซปต์ของคำว่า “Apple” มาจากตำนานอดัมกับอีฟที่โด่งดังของชาวคริสต์และยิว เรื่องมีอยู่ว่าในวันที่ 6 หลังจากพระเจ้าสร้างโลกขึ้นมา ก็ได้สร้างมนุษย์คู่แรกของโลก นั่นคือ Adam และ Eve และได้บัญชาไว้ว่า พวกเจ้าจะมีสิทธิ์เหนือทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้เหมือนกับเราทั้งพืชและสัตว์ แต่ยกเว้นเพียงสิ่งเดียวตือผลไม้ที่อยู่ตรงกลางสวนอีเดนแห่งนี้ เจ้าจะไม่มีสิทธิ์กินมันหรือแม้แต่จะแตะต้อง มิฉะนั้นเจ้าจะต้องตาย (พระเจ้าใช้เวลาสร้างโลก 6 วัน และพักในวันที่ 7 เป็นที่มาของวันอาทิตย์ที่ทุกคนหยุดงานกันทั่วทั้งโลก และชาวคริสต์ต้องไปเข้าโบสถ์ในวันนี้)

หลังจากนั้นอดัมกับอีฟก็ใช้ชีวิตกันในสวนอีเดนด้วยกัน มีชีวิตเป็นอมตะ ไม่มีการเจ็บไข้ได้ป่วย และอยู่กันอย่างเปลือยกายโดยไร้ซึ่งความอาย วันหนึ่งอีฟได้ถูกล่อลวงโดยงูว่า เจ้ารู้ไหม เหตุใดพระเจ้าของเจ้าจึงห้ามมิให้พวกเจ้าได้กินผลไม้ที่อยู่ตรงกลางของสวนอีเดนแห่งนี้เพราะผลไม้นั้นเป็นผลไม้วิเศษไงล่ะ พระเจ้ารู้ว่าหากเจ้ากินมันเข้าไป เจ้าจะต้องมีพลังเหมือนกับเขา และมีความรู้เหมือนพระเจ้า ฉะนั้นเขาจึงสั่งห้ามมิให้เจ้ากินอีฟได้ยินดังนั้นก็เด็ดผลไม้ที่อยู่บนต้นไม้นั้นลงมา และได้กัดลงไปคำหนึ่ง และส่งต่อให้กับอดัมได้กินด้วย ทันทีที่ได้กินผลไม้ลงไป ทั้งคู่ก็เปิดปัญญาขึ้นและรู้ว่าขณะนี้ทั้งคู่กำลังเปลือยกายอยู่ จึงเกิดความอายขึ้นจึงพยายามหาใบไม้มาปกปิดร่างกาย เย็นวันนั้น ขณะที่พระเจ้ากำลังเดินอยู่ในสวนก็ตะโกนเรียกทั้งคู่ พวกเจ้าอยู่ไหนทันใดนั้นทั้งคู่ก็ออกมาจากหลังต้นไม้และบอกกับพระเจ้าว่า ข้าเป็นท่านกำลังเดินอยู่ในสวน ข้าจึงกลัวและหลบท่านเพราะพวกข้ากำลังเปลือยอยู่ พระเจ้าจึงถามว่า ใครเป็นคนบอกว่าพวกเจ้าเปลือย” “พวกเจ้าได้กินผลไม้ที่ข้าได้ห้ามลงไปแล้วใช่ไหมหลังจากนั้นพระเจ้าก็ได้ลงโทษทั้งงู, อดัมกับอีฟ โดยให้ทั้งคู่ออกไปจากสวนอีเดน และต้องเสียชีวิตอมตะไป สำหรับอีฟที่ล่อลวงให้อดัมกินผลไม้จะต้องเจ็บปวดเมื่อต้องคลอดลูก อดัมจะต้องทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะได้มีอาหารกิน

 จะเห็นได้ว่า หลังจากทั้งคู่ได้กินผลไม้เข้าไปก็เกิดปัญญาขึ้น ซึ่งเจ้าแอปเปิ้ลลูกนี้ ชาวคริสต์เรียกมันว่า Fruit of Knowledge หรือ ผลไม้แห่งปัญญาจากโลโก้ของแอปเปิ้ลที่เป็นรูปแอปเปิ้ลถูกกัด ได้ความคิดมาจากเจ้าผลไม้ลูกนี้นี่เอง

ที่มา:
-          รวบรวมโดย วัชรีวรรณ ทรัพย์รุ่งเรือง จาก What’s in a new logo? by Blake Ellis and Josh Glasser http://kmlite.wordpress.com/2010/09/17/v3i4-11/
-          รวบรวมโดย CTLC edu park จาก http://seedang.com/discussions/23698 http://www.tlcthai.com/education/knowledge-online/15439.html

ถ้าวันนี้ธนูไม่ปักหัวเข่าก็คงไม่ฉุกคิดสินะ ฮ่าๆๆ ።።። แต่ตอนนี้ หายข้องใจเป็นปลิดทิ้งละ ไปหลับได้ ฝันดี ฝันดี (เอ๊ะ! บอกใคร ฮ่าๆๆๆๆ)

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

แวะมาอีกทีก็ยังไม่มีอะไรดีๆ จะเขียน (8 กันยายน พ.ศ. 2554;06:40 PM)

สร้างบล๊อกมาก็หลายวันแล้วนะเนี่ย แต่ก็ยังไม่ได้ลงมือเขียนอะไรให้เป็นเรื่องราวจริงจังสักที
ที่สร้างบล๊อกขึ้นมาอะนะ ...

เดิมที่  >>>  ก็ด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากรู้ว่าบล๊อกคืออะไร
ต่อมา  >>>  ความอยากรู้บล๊อกนำมาทำอะไรได้บ้าง ถ้าให้นักเรียนเข้ามาเรียนหรือค้นคว้าในนี้จะได้ไม๊
ตอนนี้ >>> ไม่รู้อะไรเลย ฮ่าๆๆๆ ไม่รู้ว่าบล๊อกทำอะไรได้บ้างนอกจากบ่นแล้วก็อ่านที่ชาวบ้านเค้าบ่น...เอาเป็นว่า ไหนๆ ก็บังอาจสร้างบล๊อกมาแล้วนิ

"เธอน่ะ(หมายถึงบล๊อก) มาเป็นไดอารีของฉันก็แล้วกันนะ"

ก็ "คน" อยากพวกฉันน่ะวันๆ มีเรื่องให้คิด ให้เจอ ให้ทำ ตั้งมากหมายมันก็เลยมีหลายเรื่องที่อยากเล่าหรืออยากบ่นออกมาบ้าง แต่

เวลาที่.....เล่าความจริงก็หาว่า "ไม่จูงใจ"
           .....ใส่ความเห็นก็หาว่า "โม้"
           .....ปรึกษาคนใหญ่โตก็หาว่า "ไร้สาระ"
           .....ปุจฉาผู้มีธรรมะก็ "เข้าไม่ถึง ฮ่าๆๆๆๆ)

เยอะ!!! ไล่ๆ ไปจนเท่งทึงยังไม่รู้ว่าจะหมดรึเปล่า

เอาเป็นว่าการมาบ่นไว้ที่เธอน่ะเจ๋งสุดละ บ่นแล้วสบายใจสุดๆ ประมาณว่า คิดเอง เออเอง ถามเอง ตอบเอง...แบบที่แถวบ้านเดี๊ยนเรียกว่า "masturbate" ถ้าเป็นการบริการก็ "one stop service" แต่ถ้าเป็นภาษาพุทธะ เรียกได้สวยหรูว่า "จิตภาวนา - ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า จิตนี้เป็นธรรมชาติปภัสสรคือผุดผ่อง แต่จิตนี้เศร้าหมองไปเพราะอุปกิเลสคือเครื่องเศร้าหมองทั้งหลายที่จรมา แต่ว่าจิตนี้ก็ปกิบัติให้หลุดพ้นจากอุปกิเลส คือเครื่องเสร้าหมองที่จรมาได้ (สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดบวรนิเวศวิหาร)"

เฮ่อ!! วันนี้ยังไม่บ่นอะไรนะ แค่แวะมาทักทายเฉยๆ ไม่มีเรื่องมีราวอะไรเล๊ย จริงจริ๊ง ฮ่าๆๆๆๆ
นี่แหละความคิดและความขัดแย้งในสมองน้อยๆ ที่บ่นไปถึงไหนก็คงได้บ้าไปถึงนั่น።።።ชะแว๊บบบ จบ

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ไฮซีซั่นสำหรับโรคแพ้อากาศ

เมื่อสะสางของเก่า(จริงๆแล้วยังมีอีกเยอะ แต่ที่จริงกว่าคือ ความขี้เกียจเข้าครอบงำซะแล้ว..ตุบ ตุบ แป่ว)มาพอสมควรแล้ว ก็ได้เวลาเริ่มเขียนเรื่องใหม่กันซะที เริ่มจาก "ไฮซีซั่นสำหรับโรคแพ้อากาศ"

อาจเป็นเพราะอากาศทึม ๆ อึมครึม หรืออะไรก็ตามแต่ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า

 "ช่วงนี้เป็นไฮซีซั่นสำหรับโรคแพ้อากาศ"

มองไปทางไหนเห็นแต่คน เศร้าๆ เหงาๆ อึนๆ ซึมๆ...
แต่...เอ๊ะ...หรือเราจะเริ่มบ้า หัวเราะและคึกอยู่ได้คนเดียว

โน! โน! โน! โน! โน!

 เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลายคะ "ตื่นจากความซึมเศร้าเหงาหงอยกันได้แล้วค่ะ"
อย่าลืมว่า... "เมื่อใดที่เรามีอารมณ์เศร้า อารมณ์ทุกข์ ผิดหวัง ท้อแท้ หรือหดหู่ใจ อีกไม่กี่อึดใจความสุขก็จะตามมา...เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลาpค๊า ตื่น ตื่น ตื่น แล้วเตรียมตัวให้พร้อมกับความสุขที่กำลังจะตามมาภายหลังความทุกข์ค่ะ...ทุกข์น้อยสุขน้อย ทุกข์มากก็สุขมากหน่อย"

ปะ ปะ ปะ "เซย์เฮย์" กันให้ดังๆ

 .........^_^ ดีใจจังยิ้มและหัวเราะได้แล้ว^_^...............

"ไม่ต้องกล่าวคำขอบคุณ...ไม่ต้องตอบแทนหรือทำอะไรเพื่อฉัน"...เพราะ

เธอกับฉันเป็นแค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ บนโลกใบนี้...
โอกาสที่เราจะโคจรมาพบกันมีเพียง หนึ่งในพันล้าน...
เมื่อเธอเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า เสียใจ ท้อแท้หรือกำลังร้องไห้
ฉันจะปล่อยให้เธอเผชิญสิ่งเลวร้ายนั้นเพียงคนเดียวได้อย่างไร? ...

อย่าลืมว่า

"โอกาสเราจะโคจรมาพบกันมีเพียง...หนึ่งในพันล้าน"
และนั่นคือ "โอกาสพิเศษ" โอกาสที่จะได้พบเจอ ได้รู้จักกับ "เธอ...คนพิเศษ"
"...เธอที่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของชีวิตฉัน..."

สู้ต่อไปไอ้มดแดง...เราจะเป็นกำลังใจให้คุณเองค่ะ โฮะๆๆๆๆ...หือ??