วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ไฮซีซั่นสำหรับโรคแพ้อากาศ

เมื่อสะสางของเก่า(จริงๆแล้วยังมีอีกเยอะ แต่ที่จริงกว่าคือ ความขี้เกียจเข้าครอบงำซะแล้ว..ตุบ ตุบ แป่ว)มาพอสมควรแล้ว ก็ได้เวลาเริ่มเขียนเรื่องใหม่กันซะที เริ่มจาก "ไฮซีซั่นสำหรับโรคแพ้อากาศ"

อาจเป็นเพราะอากาศทึม ๆ อึมครึม หรืออะไรก็ตามแต่ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า

 "ช่วงนี้เป็นไฮซีซั่นสำหรับโรคแพ้อากาศ"

มองไปทางไหนเห็นแต่คน เศร้าๆ เหงาๆ อึนๆ ซึมๆ...
แต่...เอ๊ะ...หรือเราจะเริ่มบ้า หัวเราะและคึกอยู่ได้คนเดียว

โน! โน! โน! โน! โน!

 เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลายคะ "ตื่นจากความซึมเศร้าเหงาหงอยกันได้แล้วค่ะ"
อย่าลืมว่า... "เมื่อใดที่เรามีอารมณ์เศร้า อารมณ์ทุกข์ ผิดหวัง ท้อแท้ หรือหดหู่ใจ อีกไม่กี่อึดใจความสุขก็จะตามมา...เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลาpค๊า ตื่น ตื่น ตื่น แล้วเตรียมตัวให้พร้อมกับความสุขที่กำลังจะตามมาภายหลังความทุกข์ค่ะ...ทุกข์น้อยสุขน้อย ทุกข์มากก็สุขมากหน่อย"

ปะ ปะ ปะ "เซย์เฮย์" กันให้ดังๆ

 .........^_^ ดีใจจังยิ้มและหัวเราะได้แล้ว^_^...............

"ไม่ต้องกล่าวคำขอบคุณ...ไม่ต้องตอบแทนหรือทำอะไรเพื่อฉัน"...เพราะ

เธอกับฉันเป็นแค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ บนโลกใบนี้...
โอกาสที่เราจะโคจรมาพบกันมีเพียง หนึ่งในพันล้าน...
เมื่อเธอเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า เสียใจ ท้อแท้หรือกำลังร้องไห้
ฉันจะปล่อยให้เธอเผชิญสิ่งเลวร้ายนั้นเพียงคนเดียวได้อย่างไร? ...

อย่าลืมว่า

"โอกาสเราจะโคจรมาพบกันมีเพียง...หนึ่งในพันล้าน"
และนั่นคือ "โอกาสพิเศษ" โอกาสที่จะได้พบเจอ ได้รู้จักกับ "เธอ...คนพิเศษ"
"...เธอที่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของชีวิตฉัน..."

สู้ต่อไปไอ้มดแดง...เราจะเป็นกำลังใจให้คุณเองค่ะ โฮะๆๆๆๆ...หือ??

บันทึกวันครู (16 ม.ค. 2554 - 02:05 PM)

นับถึงวันนี้ก็สามสิบเอ็ดปีแล้วที่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "คน" มีคุณครูคอยพร่ำสอนและเป็นแบบอย่างที่ดีเสมอมา

ครูคนแรกของชีวิต "พ่อแม่" ท่านเริ่มบทบาทของครูโดยพร่ำสอนตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่ากำลังจะเป็น พ่อแม่เลยทีเดียว...แม่เคยบอกว่า "พอรู้ว่ามีลูกอยู่ในท้องทุกวันแม่จะลูบที่ท้องและบอกกับลูกว่า ขอให้ลูกของแม่เป็นเด็กดีนะจ๊ะ แล้วพ่อก็จะบอกต่อว่าพ่อจะเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีที่สุด" พอเริ่มโตแล้วดื้อพ่อกับแม่ก็จะบอกว่า "นี่ขนาดสอนให้เป็นเด็กดีตั้งแต่ไม่เป็นตัวแล้วนะ" โว้ว! ไม่แรงแต่แสบทรวงสุดๆ กำลัจะดื้ออยู่ดีๆ หยุดเลย แรกๆ หยุดเพราะงง ฮ่าๆๆๆ แต่ตอนนี้คิดว่าพอจะเข้าใจพ่อแม่ละค่ะ

ครูคนต่อมา "พระคุณที่สาม เรือจ้าง เปลวเทียน หรือใครจะเรียกอย่างไรก็แล้วแต่สำนวนและระดับของภาษา" ครูบาอาจารย์ทุกท่านคอยประสิทธิ์ประสาทความรู้ อบรมสั่งสอนคุณธรรมและทักษะต่างๆ ให้สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "คน" คนนี้ ได้เป็น "คนที่สมบูรณ์" เมื่อเป็นเด็กเราใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในโรงเรียน ถ้าท่านทั้งหลายละเลยการอบรมสั่งสอนเสีย ชีวิตของศิษย์คงเหลวแหลกหรือไร้จุดหมาย ท่านทั้งหลายยอมสละเวลาอบรมเด็กที่ไม่ใช่ลูกของตัวเอง เพียงเพื่อ "อยากให้ลูกศิษย์เป็นคนดี สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ถ้าจะให้อินเทรนด์ก็ต้องบอกว่า - อยากให้ศิษย์เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข"

ในชีวิตของคนหนึ่งคนมีครูมากมายที่คอยพร่ำสอนและเป็นแบบอย่างที่ดี(ทั้งที่เป็นครูจริงๆ ตามที่สังคมกำหนด หรือครูแห่งชีวิตก็ตาม) สิ่งที่ท่านทั้งหลายกระทำไปแล้วนั้น ได้ก่อความเจริญงอกงามแก่ชีวิตของศิษย์ ไม่มีคำกล่าวหรือคำขอบคุณใดที่จะทดแทนพระคุณของท่านทั้งหลายได้หมด ศิษย์จึงขอระลึกถึงคุณของครูทุกท่านและขอปฏิญานว่าจะปฏิบัติแต่สิ่งดีงาม ปฏิบัติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติสืบไปค่ะ....(นาทีนี้ขออนุญาตงดติ๊งต๊องเนอะ ฮ่าๆๆๆๆๆ)

ไม่มีใครรักฉันได้เหมือนเธอ (18/12/2010; 10:01 AM)

ไปประชุมคราวนี้ขับรถมาราธอนที่สุดในชีวิต...

ก่อนออกเดินทางเจ้าน้องชายตัวแสบดันฝันว่า "บรรดาญาติที่ตายไปแล้วมารับพี่สาวสุดน่าร้าก(เราเอง ฮ่าๆๆๆ)ไปอยู่ด้วย" เป็นเหตให้ พ่อ แม่ และน้องชาย "เวียน" ไม่สิต้องเรียกว่า "กระหน่ำ" โทรศัพท์ถามทุกชั่วโมง(เอ่ออ แต่โทรไม่พร้อมกันนี่สิ เฉลี่ยแล้วก็ทุก 20 นาที ปรื๋อออ) ไม่เป็นอันทำอะไรเลย ทีแรกก็อุ่นใจ --> ขี้เกียจรับ--> เริ่มรำคาญ--> อย่างรำคาญ ฮ่าๆๆๆ แต่อยู่ๆเพลงนี้ก็ดังขึ้นมาพอดี ความรู้สึกทั้งหมดเลยเปลี่ยนเป็น "ความซาบซึ้ง"....



เพลง: ไม่มีใครรักฉันได้เหมือนเธอ
ศิลปิน: นัท มีเรีย


ได้ตื่นมาทุกๆเช้า รู้ว่าเรายังรักกัน
ให้ลมหายใจของฉัน นั้นยังมีค่าเพื่อใคร
ที่เธอนั้นยังรักกัน ฉันจะขอบคุณเท่าไหร่ ก็รู้มันก็คงไม่พอ

เธอไม่เคยจะนิ่งเฉย เธอไม่เคยให้ฉันรอ
เมื่อฉันทุกข์เมื่อฉันท้อ ก็มีเธอข้างๆกัน
ต่อให้ฉันจะพลาดไป เริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน
ก็เพราะฉันได้รักจากเธอคนนี้

จะไม่มีใครอีกแล้ว รักฉันได้อย่างเธอนั้น
รักทุกๆอย่างของฉัน รักกันได้มากอย่างนี้
เมื่อไม่มีใครอีกแล้ว ที่ดีที่สุดอย่างเธอ คนที่แสนดี
และฉันรู้ ชีวิตนี้ ไม่มีใคร จะรักฉันได้เหมือนเธอ

เธอไม่เคยจะนิ่งเฉย เธอไม่เคยให้ฉันรอ
เมื่อฉันทุกข์เมื่อฉันท้อ ก็มีเธอข้างๆกัน
ต่อให้ฉันจะพลาดไป เริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน
ก็เพราะฉันได้รักจากเธอคนนี้

จะไม่มีใครอีกแล้ว รักฉันได้อย่างเธอนั้น
รักทุกๆอย่างของฉัน รักกันได้มากอย่างนี้
เมื่อไม่มีใครอีกแล้ว ที่ดีที่สุดอย่างเธอ คนที่แสนดี
และฉันรู้ ชีวิตนี้ ไม่มีใคร จะรักฉันได้เหมือนเธอ

จะไม่มีใครอีกแล้ว รักฉันได้อย่างเธอนั้น
รักทุกๆอย่างของฉัน รักกันได้มากอย่างนี้

เมื่อไม่มีใครอีกแล้ว ที่ดีที่สุดอย่างเธอ คนที่แสนดี
และฉันรู้ ชีวิตนี้ ไม่มีใคร เมื่อฉันรู้ชีวิตนี้ ไม่มีใคร

ไม่มีแล้วชีวิตนี้ไม่มีใครจะรักฉันได้เหมือนเธอ…

ที่มา: http://www.youtube.com/watch?v=d2W1Fe9ZIgI


"ขอบคุณคนบนฟ้าที่ส่งมาเป็นลูกของพ่อกับแม่...ขอบคุณที่ส่งเจ้าน้องชายมาให้มาทำหน้าที่ พี่ชายจอมบงการ...และขอบคุณมากที่สุดที่ให้มาอยู่กับพ่อแม่ที่เหมือนคนบนฟ้าค่ะ"

แหนะ!! ยิ้มอะดิ รู้ว่ายังไงลูกก็ต้องเปิดให้อ่าน ชิมิ ฮ่าๆๆๆๆๆ

เพลงพิเศษสำหรับคนพิเศษ...มีความสุขมากๆ นะคะแม่ (19 ต.ค. 2553 - 08:50 AM)


"วันนี้วันเกิดแม่ด้วยแหละ" อยากให้แม่มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง และเป็นแม่ที่น่ารักของลูกๆ แบบนี้ตลอดไปค่ะ (ฮ่า ฮ่า ฮ่า รู้ค่ะว่าแม่ไม่ได้เข้ามาอ่านหรอก...แค่อยากบอกให้โลกรู้ว่า "รักแม่ที่สุดในโลกเล้ยยยยย" - โอะ! ไม่ได้ เดี๋ยวพ่อน้อยใจ งั้น...."รักพ่อกับแม่ที่สุดในโลกเล้ยยยยยย ขอให้พ่อกับแม่มีความสุขมากๆ นะค๊า โชคดีที่สุดที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อกับแม่ค่ะ... แต่วันนี้วันเกิดแม่เค้าขอพิเศษวันหนึ่งนะคะพ่อ อ้อ! เผื่อพระน้องแล้วด้วย อดประชุมสายกันเลยเนอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ^_^)

เนื้อเพลง: เพื่อเธอ
ศิลปิน: ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร

อัลบั้ม: Living in C Major


รู้ตัวหรือเปล่า เธอทำอะไรให้ชีวิตของฉัน
มากมายเท่าไร ที่ได้จากการที่มีเธออยู่ข้างกัน

เป็นความอบอุ่นในหัวใจ เป็นความยิ่งใหญ่ของทุกวัน
เป็นจุดมุ่งหมาย และเรี่ยวแรงใจอันสำคัญ

เพราะว่าเธอนั้นคือดวงใจของฉัน
ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ
ต้องล้มแล้วลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว
ขอเพียงยังมีเธออยู่ด้วยกัน ตลอดไป

รู้สึกหรือเปล่า เธอเติมอะไรให้วันคืนเหล่านั้น
เนิ่นนานเท่าไร ได้สุขจากการที่มีเธออยู่ใกล้กัน

เป็นความอบอุ่นในหัวใจ เป็นความยิ่งใหญ่ของทุกวัน
เป็นจุดมุ่งหมาย และเรี่ยวแรงใจอันสำคัญ

เพราะว่าเธอนั้นคือดวงใจของฉัน
ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ
ต้องล้มแล้วลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว
ขอเพียงยังมีเธออยู่ด้วยกัน ตลอดไป

เพราะว่าเธอนั้นคือดวงใจของฉัน
ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ
ต้องล้มแล้วลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว

ขอเพียงยังมีเธออยู่ด้วยกัน
ขอเพียงยังมีเธอเดินเคียงข้างฉัน
ขอเพียงยังมีเราอยู่ด้วยกัน....ฉันก็สุขใจ

ผู้ใดเดินหมากชีวิตได้ดีที่สุด ผู้นั้นคือผู้ชนะที่แท้จริง (06/10/2553; โค้ดมาจาก เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ - ก๊อบตลอด ฮะ ฮ่า ฮ่า)

ชีวิตที่แท้จริงนั้น ไม่ควร “เติมเต็ม” ไปเสียทั้งหมด...บางครั้ง "การขาดพร่อง" อาจนำมาซึ่ง "การเติมเต็มที่ดีกว่า" เพียงแต่ว่า ท่ามกลางชีวิตที่วุ่นวาย มนุษย์ยากจะมองเห็นได้ว่า

“ในชีวิตช่วงหนึ่งนั้น ตัวเราได้สร้างสรรค์ความเต็มและความว่าง อย่างเหมาะสมลงตัวหรือไม่”

 เราจะถือเป็นภาพวาดที่ดีได้อย่างไร หากทั้งแผ่นเต็มไปด้วยรอยหมึกหรือสีสัน
เราจะถือเป็นภาพวาดที่ดีได้อย่างไร หากทั้งแผ่นเต็มไปด้วย “ความว่าง” ที่ว่างสนิท

"เราจะถือเป็นการทำงานที่ดีได้อย่างไร หากเวลาทั้งหมดอุทิศให้แต่การลงมือทำ แต่ขาดไร้ซึ่งการขบคิดพัฒนาให้ดีกว่าเดิม

เราจะถือเป็นการทำงานที่ดีได้อย่างไรหากเวลาทั้งหมดอุทิศให้แต่การสร้างจินตนาการอันบรรเจิด แต่ไม่ยอมลงมือทำอะไรเลย"

@ เราจะถือเป็นชีวิตที่ดีได้อย่างไร หากทุกการกระทำล้วนอุทิศให้ตนเอง แต่ขาดไร้ซึ่งความรักที่มีต่อเพื่อนมนุษย์

@ เราจะถือเป็นชีวิตที่ดีได้อย่างไร หากทุกการกระทำล้วนอุทิศให้ผู้อื่น โดยไม่มีที่ว่างในการเติมเต็มความรู้สึกส่วนตัวของเราเลย

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต (17 กันยายน 2553 - อ่านเจอเลยโค้ตคำพูดท่านมาซะเลย)

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป

อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน

ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

กบฟุ้งซ่าน....ข้างกำแพงวัด (FW mail จากพี่น้อย ครุ มชร.) 26/08/2010

วันนี้มีพี่ๆ ส่งเรื่องดีๆ มาให้อ่านเยอะเลย

ช่วงเช้าเป็นเรื่อง "เมื่อต้องตัดสินใจ" ตอนนี้เย็นเรื่อง "กบฟุ้งซ่าน...ข้างกำแพงวัด" เลยอยากเก็บไว้อ่านเล่นๆ...แต่เอ...ทำไมต้องเป็นกบข้างกำแพงวัดด้วยน๊า?...อ่านดีกว่าเนอะ

กบตัวหนึ่งอาศัยอยู่ข้างกำแพงวัด และทุก ๆ เช้ามันเฝ้าดูพระออกบิณฑบาตร พอพระกับมาถึงวัดเพื่อฉันท์เช้า...กบนึกในใจ อยากเกิดเป็นพระเป็นพระสบายดี มีคนถวายอาหารให้กินทุกวัน

เมื่อพระฉันเสร็จก็นำอาหารที่เหลือมากมายนั้นไปให้เด็กวัดกินต่อแล้วเด็กวัดก็กินกันอย่างเอร็จอร่อย ตอนนี้ กบเปลี่ยนใจ อยากเกิดเป็นเด็กวัดแล้ว เพราะสบายกว่าพระ มันเห็นเด็กวัดหลายคนตื่นสายได้ และไม่ต้องออกตามพระไปบิณฑบาตก็ได้ สบายกว่าเยอะเลย

เมื่อเด็กวัดกินเสร็จก็โกยอาหารที่เหลือทั้งหมดให้หมาวัดไปกินแล้วเด็กวัดทุกคนก็ไปช่วยกันล้างจาน ถึงตอนนี้กบเปลี่ยนใจ อยากเกิดเป็นหมาวัดแล้ว เพราะไม่ต้องล้างจานเหมือนเด็กวัด เป็นหมาวัดสบายกว่า.....

พอหมาวัดกินอาหารเสร็จก็แยกย้ายไปทำหน้าที่เฝ้าบริเวณวัดคอยเห่าคนแปลกหน้า ฝูงแมลงวันก็บินมาตอมและกินอาหารต่อจากหมาวัด ถึงตอนนี้ กบเปลี่ยนใจอีกแล้วอยากเกิดเป็นแมลงวัน เพราะสบายที่สุด ไม่ต้องทำอะไ รเลยหนำซ้ำ ยังมีกองอาหารให้กินไม่มีหมดด้วย

ขณะที่เจ้ากบฟุ้งซ่านกำลังคิดเพลินๆ อยู่นั้นพอดีหันมาเห็นแมลงวันบินมาใกล้ๆจึงใช้ลิ้นตวัดเอาแมลงวันเข้าปากตัวเองโดยสัญชาตญาณ

ถึงตอนนี้ เจ้ากบฟุ้งซ่านจึงบรรลุธรรมฉับพลัน ( Sudden knowledge) คิดได้ว่า

เอ้อ!...
- เป็นตัวของเราเองนี้แหละ ดีที่สุดเลย (The best to be yourself)
- จงเชื่อมั่นในตัวเอง (Be yourself)

และพอถึงตรงนี้ เราก็ได้คำตอบว่า "ทำไมต้องเป็นกบข้างกำแพงวัด"
ซา - หลาด จริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

เมื่อต้องตัดสินใจ (FW mail จากพี่นก -บัณฑิตครุ มชร.) 26/08/2010



เมื่อต้องตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญ
"ให้ตัดสินใจด้วยตนเอง"

เพราะถึงแม้จะปรึกษาคนสักร้อยคน
ก็ไม่มีใครรู้ความต้องการที่แท้จริงได้..เหมือนตัวเรา

เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ
"ให้ตัดสินใจด้วยความเชื่อมั่นในตัวเอง"

เพราะเมื่อเกิดเหตุผิดพลาด จะได้ไม่ไปกล่าวโทษผู้อื่น
ถ้าผลลัพธ์ออกมาน่าชื่นชม ความศรัทธาในตนเองก็จะเพิ่มขึ้น

เมื่อต้องตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญ อย่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้อื่น
"เพราะชีวิตนี้เป็นของเรา ไม่ว่าจะตัดสินถูกหรือผิด ก็เป็นเรื่องดีที่ได้ทำด้วยตนเอง"

นิทานเรื่อง...แม่มด (21/08/2010)

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว.....

อาเธอร์ถูกจับและจะประหารชีวิตแต่กษัตริย์เสนอให้เขาเป็นอิสระ
ถ้าหากเขาสามารถตอบ ปัญหาแสนยากข้อหนึ่ง ได้ถูกต้องอาเธอร์มีเวลาหาคำตอบ 1 ปีเต็ม ถ้าเขาตอบไม่ได้เขาก็จะถูกประหาร 'คำถามนั้นคือ ....สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ คืออะไร ?'
ปัญหาดังกล่าวช่างยากเย็นจนแม้นักปราชญ์ที่ฉลาดก็ยังงุนงงเขากลับไปยังอาณาจักรของเขาและเริ่มหาคำตอบจากทุกผู้คนแต่ไม่มีใครให้คำตอบที่น่าพอใจได้คนส่วนมากจะแนะนำให้เขาไปปรึกษาเรื่องนี้กับยายแม่มดแก่ซึ่งน่าจะเป็นผู้เดียวที่จะรู้ คำตอบแต่ราคาค่าปรึกษาคงจะแสนแพง

แล้ววันสิ้นปีก็มาถึงอาเธอร์ไม่มีทางเลือกอื่น

แม่มดตกลงจะให้คำตอบ
แต่อาเธอร์ต้องยอมรับเงื่อนไขแลกเปลี่ยนก่อนนังแม่มดต้องการแต่งงานกับกาเวนอัศวินผู้ทรงเกียรติสูงสุดของ เหล่าอัศวินโต๊ะกลมและเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของอาเธอร์
อาเธอร์หนุ่มถึงกับสยองขวัญเพราะยายแก่หลังโกง มีฟันเหลือซี่เดียว ตัวก็เหม็นเหมือนโถส้วม ชอบทำเสียงประหลาดน่ารังเกียจ เขาปฏิเสธที่จะให้เพื่อนรักแต่งงานกับหล่อน
ฝ่ายกาเวนพอได้รับรู้ถึงข้อเสนอนั้น เขายอมแต่งงานเพื่อชีวิตของอาเธอร์ และการดำรงอยู่ของอัศวินโต๊ะกลมและยายแม่มดก็ให้คำตอบต่อคำถามของอาเธอร์

'สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ ก็คือการได้เป็นตัวของตัวเอง '

ทุกคนทราบได้ทันทีว่าแม่มดได้กล่าวอมตะวาจาอันยิ่งใหญ่และอาเธอร์ก็รอดพ้นจากการประหารแน่นอนและก็เป็นเช่นนั้นจริง

แต่ทว่า........งานแต่งงานของกาเวนกับนังแม่มดช่างเหลือรับจริงๆกาเวนสง่าผ่าเผยเช่นปกติทั้งสุภาพอ่อนน้อมส่วนฝ่ายนังแม่มดเฒ่านั้นออกลายนิสัยเลวสุดเดช
ทั้งกินมูมมามด้วยสองมือ ทั้งเรอ ทั้งตดทุกผู้คนต่างรู้สึกอึดอัด
และ แล้วยามค่ำของวันส่งตัวก็มาถึง
กาเวนได้ปลอบตนเองพร้อมรับคืนสยอง
เขาก้าวเขาสู่ห้องนอนวิวาห์ช่างไม่เชื่อสายตาตนเอง!!!!
หญิงสาวแสนสวยที่สุดที่ เคยพบพานนอนรออยู่เบื้องหน้ากาเวนงุนงง ???? สาวแสนสวยเฉลยว่า

เพราะกาเวนช่างแสนดีกับหล่อน ( เมื่อยามเป็นแม่มด)ดังนั้นครึ่งหนึ่งของวัน เธอจะอยู่ในสภาพพิกลพิการน่ารังเกียจส่วนอีกครึ่งหนี่งของวัน เธอจะอยู่ในร่างแสนสวยนี้
กลางวันเขาอยากให้เธอเป็นแบบไหน กลางคืนอยากให้เป็นแบบไหน ?
เป็นคำถามที่ช่างโหดร้าย!!! กาเวนเริ่มคิดไตร่ตรองหญิงสาวสวยยามกลางวันเพื่ออวดต่อเพื่อนฝูงแต่กลางคืนเมื่ออยู่สองต่อสอง เป็นยายแม่มด ?
หรือว่าเขาควรจะเลือกยายแม่มดตอนกลางวันแล้วได้สาวสวยเพื่อเริงระบำยามค่ำคืนดี ??
เป็นคุณหล่ะคุณจะเลือกอย่างไร ???
( กรุณาหยุดคิดสักนิดเมื่อตัดสินใจได้แ ล้ว ค่อย scroll ลงไปอ่านนะ )







เอาละ..




เมื่อได้คำตอบของคุณแล้ว
อ่านคำตอบของกาเวนที่อยู่ข้างล่างนี้ กาเวนตอบว่า

'เขาขอมอบให้เธอเป็นผู้ติดสินใจเลือกเอง '

เมื่อเธอได้ยินดังนั้น เธอจึงประกาศก้องว่าเธอจะสวยตลอดเวลาเพราะเขาได้ให้ความเคารพและให้เธอเป็นตัวของตัวเอง

คุณ...ได้เรียนรู้อะไรจากนิทานเรื่องนี้บ้างค๊า?

วิธีป้องกันผีหลอกในโรงแรม(มั้ง) - 08/08/2010

- อย่านอนเตียงที่มีใต้เตียงโล่ง ถ้ากลัวมากๆก็ให้ไปนอนใต้เตียงแทนปล่อยผีนอนบนเตียงไป

- ถ้ากลัวผีช่องแอร์ให้เปิดหน้าต่างนอน ให้กระสือมาหลอกแทน

- ถ้ากลัวไฟปิดเปิดเองได้ ให้ถอดหลอดไฟออกทุกดวงเช่นเดียวกับก๊อกน้ำเปิดเอง ก็ให้เปิดมันทิ้งไว้

- ถ้าอยู่ดีๆได้กลิ่นธูป ให้คว้าการบูนมาดม

- ถ้า อยู่ดีๆได้ยินเสียงเพลงไทย ให้เอา ipod มาเปิด hip hop ฟัง

- ถ้าอยู่ดีๆ ได้ยินเสียงเด็กหรือผู้หญิงร้องไห้ ให้ลุกขึ้นมาปลอบใจผี

- ถ้าเพื่อนโดน ผีเข้า ให้เมินมันแล้วไปนอน พอไม่มีใครสนใจผีก็จะเซ็งออกไปเอง

- ถ้ามีเงา อะไรผ่านหน้าต่างไป ให้ไปยืนแถวๆหน้าต่าง ทำเงาผ่าน ย้อน ไปบ้าง

- ถ้ากลัว จะมีใครมายืนอยู่ปลายเตียง ก็ให้นอนเอาหัวมาไว้ปลายเตียง (ดูซิจะไปยืนไหน)

- ถ้าเปิดทีวีแล้วเจอภาพบ่อน้ำ ให้เอาทีวีไปวางบนขอบระเบียง(ในกรณี ที่เป็นชั้น 3 ขึ้นไป) ผีที่คลานออกมาจากทีวีจะตกระเบียงตายเอง

- ถ้าไม่อยากเสี่ยงกับผีในตู้เสื้อ ผ้า เขียนป้ายแปะไว้ว่า "ที่หมานอน"

- ถ้าถ่ายรูปแล้ว ติดผี ให้นำหน้าผีไปตัดต่อกับภาพโป๊ ผีจะอายไม่กล้ามาหลอกอีก

- ถ้าผีมาขอส่วนบุญ ให้ถามว่าสามารถโอนเข้าบัญชีได้ที่วัดไหน สาขา อะไร รับบัตรเครดิตหรือเปล่า?

- ถ้าผีจะมาให้หวย ให้บอกไปว่า รับขนมจีบ ซาลาเปาเพิ่มไหมคะ? โอกาสหน้ามาใหม่นะคะ

- ถ้าผีจะตามกลับไปอยู่ที่บ้านบอก ให้ผีไปทำเรื่องย้ายช ื่อเข้าทะเบียนบ้านในฐานะผู้อยู่อาศัยให้ถูกต้องตามกฏหมายเสียก่อน

หมายเหตุ: ได้รับ Forword mail มาอีกทีค่ะ...เชื่อไม่เชื่อก็ พิจารณาเองน๊า

ปรัชญามด...(เพื่อนส่งมาอีกทีค่ะ - ไม่ได้คิดเองเลยยยย)

บทความที่ 2 เป็นเรื่อง "ปรัชญามด" ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เพื่อนส่งมาอีกที (ไม่ได้คิดเองอีกเช่นกัน) แต่ประทับใจมากถึงมากที่สุดเลยเก็บไว้อ่านเล่น เอ๊ะ! หรืออ่านแบบจริงๆ จังๆ กันนะนิ... เหวอ!!

ปรัชญาที่ 1 มดไม่เคยละความพยายาม
หากมันมุ่งหน้าไปทางทิศใด แล้วเกิดอุปสรรค = ถูกปิดกั้นหนทาง มันจะพยายามหาทางเดินทางอื่น มันจะได้ขึ้นไต่ลงไต่ไปรอบๆมันจะมองหาหนทางอื่นเสมอ
ข้อคิด: จงอย่าละความพยายามในการหาหนทางไปสู่สิ่งที่หมายมาด

ปรัชญาที่ 2 มดคิดถึงฤดูหนาวตลอดฤดูร้อน
มดไม่เคยรักสบายจนคิดเพียงว่าคิมหันต์ฤดู จะคงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น มันจึงพยายามเก็บสะสมเสบียงไว้สำหรับเหมันต์ ตลอดฤดูคิมหันต์หรรษา
ข้อคิด: จงตระหนักถึงความเป็นจริง และเตรียมรับกับเหตุการณ์ในอนาคต

ปรัชญาที่ 3 มดคิดถึงฤดูร้อนตลอดฤดูหนาว
ท่ามกลางความหนาวเหน็บแห่งเหมันต์ มันจะเตือนตัวเองว่า "ความลำบากจะอยู่เพียงไม่นาน แล้วเราก็จะพ้นจากสภาวะเช่นนี้"เมื่อวันที่แสงแห่งความอบอุ่นแรกสาดส่อง มันจะออกมาเริงร่า หากอากาศกลับกลายเป็นหนาวอีกครั้ง มันจะเข้าไปในโพรงอีกครั้งและออกมารับความอบอุ่นในวันอากาศดีโดยทันใด
ข้อคิด: จงมองทุกสิ่งในเชิงบวกตลอดเวลา

ปรัชญาที่ 4 ทุ่มเททุกสิ่งเท่าที่สามารถ
มดสามารถเก็บเกี่ยวเสบียงตลอดฤดูร้อนเพื่อเตรียมพร้อมฤดูหนาวให้มากเท่าที่มันจะทำได้
ข้อคิด: จงพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเต็มกำลัง

สรุป
1) อย่ายอมแพ้
2) มองไปข้างหน้า
3) มองโลกในแง่ดี
4) ทำเต็มความสามารถ

ล้ำเส้น...ไม่เป็นไร ถ้ารู้จักถอยออกมา (จาก FW mail - 12/10/2010 - 11:46 PM)

เริ่มต้นจากเรื่องเก่าๆ ที่เคยเขียนไว้ใน FB ..
ขออนุญาตก๊อบปี้ไอเดียของตัวเอง (คงไม่ถือว่าผิดกฎหมาย หรือไปละเมิดลิขสิทธิ์ใครเข้าล่ะ)... แล้วย้ายมารวบรวมไว้ในนี้ก่อนละกันค่ะ ถือเป็นการ exercise สำหรับบทความแรกละกัน

ล้ำเส้น...ไม่เป็นไร ถ้ารู้จักถอยออกมา (จาก FW mail - 12/10/2010 - 11:46 PM)

"ความสนิทกัน" นำเรื่องดี ๆ มาสู่ชีวิตเราหลายเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบใด เมื่อสนิทกันก็เกิดความไว้ใจ ความเชื่อใจ
สบายใจที่จะไปไหนมาไหน ด้วยกัน และแชร์หลาย ๆ อย่างร่วมกัน

แต่เพราะ "ความสนิท" ที่เหรียญอีกด้วนหนึ่ง "สามารถทำร้ายกันได้ง่ายขึ้น"
เหมือนลิ้นกับฟัน เหมือนช้อนกับส้อม ที่พอใกล้ ก็ง่ายที่จะกระทบ
เปรียบเช่นวงกลมสองวง เป็นไปได้เสมอ ที่จะเคลื่อนมาล้ำเส้นกันเอง
ด้วยบางทีต่างคนก็ต่างลืมว่า

ในความสนิทนั้น ไม่ได้หมายความว่า เราควรก้าวก่าย ทุกเรื่องในชีวิต
"ถามไถ่" ต่างจากการ "สอบ ปากคำ" "โทรหา" ต่างจากการ "โทรจิก"หรือ"โทร ตาม"

และเมื่อเหตุการณ์ "ล้ำเส้น" เกิดขึ้น จะเกิดความรู้สึกอึดอัด ความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม ความไม่เข้าใจ
และบางทีก็ก่อให้เกิดรอยร้าวในความสัมพันธ์นั้น ๆ

 แต่ถามว่า...นี่คือ เรื่องร้ายแรงที่สุดไหม คำตอบคือ "ไม่" ซ้ำยังถือ เป็นเรื่องธรรมดา
ช้อนกับส้อมย่อมเผลอกระทบกระทั่งกันได้เสมอ แม้เรา จะระมัดระวังเพียงใดก็ตาม

***ประเด็นที่สำคัญ คือทันทีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล้ำเส้น ต้องรู้จักการขยับก้าวถอยออกมา รู้จักที่จะขอโทษ และพร้อมจะคืนพื้นที่ส่วนตัวให้อย่างเคารพ ไม่ใช่ดึง ดันที่จะล้ำเส้นยิ่งขึ้นไปอีก***