วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

แวะมาอีกทีก็ยังไม่มีอะไรดีๆ จะเขียน (8 กันยายน พ.ศ. 2554;06:40 PM)

สร้างบล๊อกมาก็หลายวันแล้วนะเนี่ย แต่ก็ยังไม่ได้ลงมือเขียนอะไรให้เป็นเรื่องราวจริงจังสักที
ที่สร้างบล๊อกขึ้นมาอะนะ ...

เดิมที่  >>>  ก็ด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากรู้ว่าบล๊อกคืออะไร
ต่อมา  >>>  ความอยากรู้บล๊อกนำมาทำอะไรได้บ้าง ถ้าให้นักเรียนเข้ามาเรียนหรือค้นคว้าในนี้จะได้ไม๊
ตอนนี้ >>> ไม่รู้อะไรเลย ฮ่าๆๆๆ ไม่รู้ว่าบล๊อกทำอะไรได้บ้างนอกจากบ่นแล้วก็อ่านที่ชาวบ้านเค้าบ่น...เอาเป็นว่า ไหนๆ ก็บังอาจสร้างบล๊อกมาแล้วนิ

"เธอน่ะ(หมายถึงบล๊อก) มาเป็นไดอารีของฉันก็แล้วกันนะ"

ก็ "คน" อยากพวกฉันน่ะวันๆ มีเรื่องให้คิด ให้เจอ ให้ทำ ตั้งมากหมายมันก็เลยมีหลายเรื่องที่อยากเล่าหรืออยากบ่นออกมาบ้าง แต่

เวลาที่.....เล่าความจริงก็หาว่า "ไม่จูงใจ"
           .....ใส่ความเห็นก็หาว่า "โม้"
           .....ปรึกษาคนใหญ่โตก็หาว่า "ไร้สาระ"
           .....ปุจฉาผู้มีธรรมะก็ "เข้าไม่ถึง ฮ่าๆๆๆๆ)

เยอะ!!! ไล่ๆ ไปจนเท่งทึงยังไม่รู้ว่าจะหมดรึเปล่า

เอาเป็นว่าการมาบ่นไว้ที่เธอน่ะเจ๋งสุดละ บ่นแล้วสบายใจสุดๆ ประมาณว่า คิดเอง เออเอง ถามเอง ตอบเอง...แบบที่แถวบ้านเดี๊ยนเรียกว่า "masturbate" ถ้าเป็นการบริการก็ "one stop service" แต่ถ้าเป็นภาษาพุทธะ เรียกได้สวยหรูว่า "จิตภาวนา - ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า จิตนี้เป็นธรรมชาติปภัสสรคือผุดผ่อง แต่จิตนี้เศร้าหมองไปเพราะอุปกิเลสคือเครื่องเศร้าหมองทั้งหลายที่จรมา แต่ว่าจิตนี้ก็ปกิบัติให้หลุดพ้นจากอุปกิเลส คือเครื่องเสร้าหมองที่จรมาได้ (สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดบวรนิเวศวิหาร)"

เฮ่อ!! วันนี้ยังไม่บ่นอะไรนะ แค่แวะมาทักทายเฉยๆ ไม่มีเรื่องมีราวอะไรเล๊ย จริงจริ๊ง ฮ่าๆๆๆๆ
นี่แหละความคิดและความขัดแย้งในสมองน้อยๆ ที่บ่นไปถึงไหนก็คงได้บ้าไปถึงนั่น።።።ชะแว๊บบบ จบ

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ไฮซีซั่นสำหรับโรคแพ้อากาศ

เมื่อสะสางของเก่า(จริงๆแล้วยังมีอีกเยอะ แต่ที่จริงกว่าคือ ความขี้เกียจเข้าครอบงำซะแล้ว..ตุบ ตุบ แป่ว)มาพอสมควรแล้ว ก็ได้เวลาเริ่มเขียนเรื่องใหม่กันซะที เริ่มจาก "ไฮซีซั่นสำหรับโรคแพ้อากาศ"

อาจเป็นเพราะอากาศทึม ๆ อึมครึม หรืออะไรก็ตามแต่ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า

 "ช่วงนี้เป็นไฮซีซั่นสำหรับโรคแพ้อากาศ"

มองไปทางไหนเห็นแต่คน เศร้าๆ เหงาๆ อึนๆ ซึมๆ...
แต่...เอ๊ะ...หรือเราจะเริ่มบ้า หัวเราะและคึกอยู่ได้คนเดียว

โน! โน! โน! โน! โน!

 เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลายคะ "ตื่นจากความซึมเศร้าเหงาหงอยกันได้แล้วค่ะ"
อย่าลืมว่า... "เมื่อใดที่เรามีอารมณ์เศร้า อารมณ์ทุกข์ ผิดหวัง ท้อแท้ หรือหดหู่ใจ อีกไม่กี่อึดใจความสุขก็จะตามมา...เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลาpค๊า ตื่น ตื่น ตื่น แล้วเตรียมตัวให้พร้อมกับความสุขที่กำลังจะตามมาภายหลังความทุกข์ค่ะ...ทุกข์น้อยสุขน้อย ทุกข์มากก็สุขมากหน่อย"

ปะ ปะ ปะ "เซย์เฮย์" กันให้ดังๆ

 .........^_^ ดีใจจังยิ้มและหัวเราะได้แล้ว^_^...............

"ไม่ต้องกล่าวคำขอบคุณ...ไม่ต้องตอบแทนหรือทำอะไรเพื่อฉัน"...เพราะ

เธอกับฉันเป็นแค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ บนโลกใบนี้...
โอกาสที่เราจะโคจรมาพบกันมีเพียง หนึ่งในพันล้าน...
เมื่อเธอเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า เสียใจ ท้อแท้หรือกำลังร้องไห้
ฉันจะปล่อยให้เธอเผชิญสิ่งเลวร้ายนั้นเพียงคนเดียวได้อย่างไร? ...

อย่าลืมว่า

"โอกาสเราจะโคจรมาพบกันมีเพียง...หนึ่งในพันล้าน"
และนั่นคือ "โอกาสพิเศษ" โอกาสที่จะได้พบเจอ ได้รู้จักกับ "เธอ...คนพิเศษ"
"...เธอที่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของชีวิตฉัน..."

สู้ต่อไปไอ้มดแดง...เราจะเป็นกำลังใจให้คุณเองค่ะ โฮะๆๆๆๆ...หือ??

บันทึกวันครู (16 ม.ค. 2554 - 02:05 PM)

นับถึงวันนี้ก็สามสิบเอ็ดปีแล้วที่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "คน" มีคุณครูคอยพร่ำสอนและเป็นแบบอย่างที่ดีเสมอมา

ครูคนแรกของชีวิต "พ่อแม่" ท่านเริ่มบทบาทของครูโดยพร่ำสอนตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่ากำลังจะเป็น พ่อแม่เลยทีเดียว...แม่เคยบอกว่า "พอรู้ว่ามีลูกอยู่ในท้องทุกวันแม่จะลูบที่ท้องและบอกกับลูกว่า ขอให้ลูกของแม่เป็นเด็กดีนะจ๊ะ แล้วพ่อก็จะบอกต่อว่าพ่อจะเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีที่สุด" พอเริ่มโตแล้วดื้อพ่อกับแม่ก็จะบอกว่า "นี่ขนาดสอนให้เป็นเด็กดีตั้งแต่ไม่เป็นตัวแล้วนะ" โว้ว! ไม่แรงแต่แสบทรวงสุดๆ กำลัจะดื้ออยู่ดีๆ หยุดเลย แรกๆ หยุดเพราะงง ฮ่าๆๆๆ แต่ตอนนี้คิดว่าพอจะเข้าใจพ่อแม่ละค่ะ

ครูคนต่อมา "พระคุณที่สาม เรือจ้าง เปลวเทียน หรือใครจะเรียกอย่างไรก็แล้วแต่สำนวนและระดับของภาษา" ครูบาอาจารย์ทุกท่านคอยประสิทธิ์ประสาทความรู้ อบรมสั่งสอนคุณธรรมและทักษะต่างๆ ให้สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "คน" คนนี้ ได้เป็น "คนที่สมบูรณ์" เมื่อเป็นเด็กเราใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในโรงเรียน ถ้าท่านทั้งหลายละเลยการอบรมสั่งสอนเสีย ชีวิตของศิษย์คงเหลวแหลกหรือไร้จุดหมาย ท่านทั้งหลายยอมสละเวลาอบรมเด็กที่ไม่ใช่ลูกของตัวเอง เพียงเพื่อ "อยากให้ลูกศิษย์เป็นคนดี สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ถ้าจะให้อินเทรนด์ก็ต้องบอกว่า - อยากให้ศิษย์เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข"

ในชีวิตของคนหนึ่งคนมีครูมากมายที่คอยพร่ำสอนและเป็นแบบอย่างที่ดี(ทั้งที่เป็นครูจริงๆ ตามที่สังคมกำหนด หรือครูแห่งชีวิตก็ตาม) สิ่งที่ท่านทั้งหลายกระทำไปแล้วนั้น ได้ก่อความเจริญงอกงามแก่ชีวิตของศิษย์ ไม่มีคำกล่าวหรือคำขอบคุณใดที่จะทดแทนพระคุณของท่านทั้งหลายได้หมด ศิษย์จึงขอระลึกถึงคุณของครูทุกท่านและขอปฏิญานว่าจะปฏิบัติแต่สิ่งดีงาม ปฏิบัติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติสืบไปค่ะ....(นาทีนี้ขออนุญาตงดติ๊งต๊องเนอะ ฮ่าๆๆๆๆๆ)

ไม่มีใครรักฉันได้เหมือนเธอ (18/12/2010; 10:01 AM)

ไปประชุมคราวนี้ขับรถมาราธอนที่สุดในชีวิต...

ก่อนออกเดินทางเจ้าน้องชายตัวแสบดันฝันว่า "บรรดาญาติที่ตายไปแล้วมารับพี่สาวสุดน่าร้าก(เราเอง ฮ่าๆๆๆ)ไปอยู่ด้วย" เป็นเหตให้ พ่อ แม่ และน้องชาย "เวียน" ไม่สิต้องเรียกว่า "กระหน่ำ" โทรศัพท์ถามทุกชั่วโมง(เอ่ออ แต่โทรไม่พร้อมกันนี่สิ เฉลี่ยแล้วก็ทุก 20 นาที ปรื๋อออ) ไม่เป็นอันทำอะไรเลย ทีแรกก็อุ่นใจ --> ขี้เกียจรับ--> เริ่มรำคาญ--> อย่างรำคาญ ฮ่าๆๆๆ แต่อยู่ๆเพลงนี้ก็ดังขึ้นมาพอดี ความรู้สึกทั้งหมดเลยเปลี่ยนเป็น "ความซาบซึ้ง"....



เพลง: ไม่มีใครรักฉันได้เหมือนเธอ
ศิลปิน: นัท มีเรีย


ได้ตื่นมาทุกๆเช้า รู้ว่าเรายังรักกัน
ให้ลมหายใจของฉัน นั้นยังมีค่าเพื่อใคร
ที่เธอนั้นยังรักกัน ฉันจะขอบคุณเท่าไหร่ ก็รู้มันก็คงไม่พอ

เธอไม่เคยจะนิ่งเฉย เธอไม่เคยให้ฉันรอ
เมื่อฉันทุกข์เมื่อฉันท้อ ก็มีเธอข้างๆกัน
ต่อให้ฉันจะพลาดไป เริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน
ก็เพราะฉันได้รักจากเธอคนนี้

จะไม่มีใครอีกแล้ว รักฉันได้อย่างเธอนั้น
รักทุกๆอย่างของฉัน รักกันได้มากอย่างนี้
เมื่อไม่มีใครอีกแล้ว ที่ดีที่สุดอย่างเธอ คนที่แสนดี
และฉันรู้ ชีวิตนี้ ไม่มีใคร จะรักฉันได้เหมือนเธอ

เธอไม่เคยจะนิ่งเฉย เธอไม่เคยให้ฉันรอ
เมื่อฉันทุกข์เมื่อฉันท้อ ก็มีเธอข้างๆกัน
ต่อให้ฉันจะพลาดไป เริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน
ก็เพราะฉันได้รักจากเธอคนนี้

จะไม่มีใครอีกแล้ว รักฉันได้อย่างเธอนั้น
รักทุกๆอย่างของฉัน รักกันได้มากอย่างนี้
เมื่อไม่มีใครอีกแล้ว ที่ดีที่สุดอย่างเธอ คนที่แสนดี
และฉันรู้ ชีวิตนี้ ไม่มีใคร จะรักฉันได้เหมือนเธอ

จะไม่มีใครอีกแล้ว รักฉันได้อย่างเธอนั้น
รักทุกๆอย่างของฉัน รักกันได้มากอย่างนี้

เมื่อไม่มีใครอีกแล้ว ที่ดีที่สุดอย่างเธอ คนที่แสนดี
และฉันรู้ ชีวิตนี้ ไม่มีใคร เมื่อฉันรู้ชีวิตนี้ ไม่มีใคร

ไม่มีแล้วชีวิตนี้ไม่มีใครจะรักฉันได้เหมือนเธอ…

ที่มา: http://www.youtube.com/watch?v=d2W1Fe9ZIgI


"ขอบคุณคนบนฟ้าที่ส่งมาเป็นลูกของพ่อกับแม่...ขอบคุณที่ส่งเจ้าน้องชายมาให้มาทำหน้าที่ พี่ชายจอมบงการ...และขอบคุณมากที่สุดที่ให้มาอยู่กับพ่อแม่ที่เหมือนคนบนฟ้าค่ะ"

แหนะ!! ยิ้มอะดิ รู้ว่ายังไงลูกก็ต้องเปิดให้อ่าน ชิมิ ฮ่าๆๆๆๆๆ

เพลงพิเศษสำหรับคนพิเศษ...มีความสุขมากๆ นะคะแม่ (19 ต.ค. 2553 - 08:50 AM)


"วันนี้วันเกิดแม่ด้วยแหละ" อยากให้แม่มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง และเป็นแม่ที่น่ารักของลูกๆ แบบนี้ตลอดไปค่ะ (ฮ่า ฮ่า ฮ่า รู้ค่ะว่าแม่ไม่ได้เข้ามาอ่านหรอก...แค่อยากบอกให้โลกรู้ว่า "รักแม่ที่สุดในโลกเล้ยยยยย" - โอะ! ไม่ได้ เดี๋ยวพ่อน้อยใจ งั้น...."รักพ่อกับแม่ที่สุดในโลกเล้ยยยยยย ขอให้พ่อกับแม่มีความสุขมากๆ นะค๊า โชคดีที่สุดที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อกับแม่ค่ะ... แต่วันนี้วันเกิดแม่เค้าขอพิเศษวันหนึ่งนะคะพ่อ อ้อ! เผื่อพระน้องแล้วด้วย อดประชุมสายกันเลยเนอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ^_^)

เนื้อเพลง: เพื่อเธอ
ศิลปิน: ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร

อัลบั้ม: Living in C Major


รู้ตัวหรือเปล่า เธอทำอะไรให้ชีวิตของฉัน
มากมายเท่าไร ที่ได้จากการที่มีเธออยู่ข้างกัน

เป็นความอบอุ่นในหัวใจ เป็นความยิ่งใหญ่ของทุกวัน
เป็นจุดมุ่งหมาย และเรี่ยวแรงใจอันสำคัญ

เพราะว่าเธอนั้นคือดวงใจของฉัน
ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ
ต้องล้มแล้วลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว
ขอเพียงยังมีเธออยู่ด้วยกัน ตลอดไป

รู้สึกหรือเปล่า เธอเติมอะไรให้วันคืนเหล่านั้น
เนิ่นนานเท่าไร ได้สุขจากการที่มีเธออยู่ใกล้กัน

เป็นความอบอุ่นในหัวใจ เป็นความยิ่งใหญ่ของทุกวัน
เป็นจุดมุ่งหมาย และเรี่ยวแรงใจอันสำคัญ

เพราะว่าเธอนั้นคือดวงใจของฉัน
ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ
ต้องล้มแล้วลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว
ขอเพียงยังมีเธออยู่ด้วยกัน ตลอดไป

เพราะว่าเธอนั้นคือดวงใจของฉัน
ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ
ต้องล้มแล้วลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว

ขอเพียงยังมีเธออยู่ด้วยกัน
ขอเพียงยังมีเธอเดินเคียงข้างฉัน
ขอเพียงยังมีเราอยู่ด้วยกัน....ฉันก็สุขใจ

ผู้ใดเดินหมากชีวิตได้ดีที่สุด ผู้นั้นคือผู้ชนะที่แท้จริง (06/10/2553; โค้ดมาจาก เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ - ก๊อบตลอด ฮะ ฮ่า ฮ่า)

ชีวิตที่แท้จริงนั้น ไม่ควร “เติมเต็ม” ไปเสียทั้งหมด...บางครั้ง "การขาดพร่อง" อาจนำมาซึ่ง "การเติมเต็มที่ดีกว่า" เพียงแต่ว่า ท่ามกลางชีวิตที่วุ่นวาย มนุษย์ยากจะมองเห็นได้ว่า

“ในชีวิตช่วงหนึ่งนั้น ตัวเราได้สร้างสรรค์ความเต็มและความว่าง อย่างเหมาะสมลงตัวหรือไม่”

 เราจะถือเป็นภาพวาดที่ดีได้อย่างไร หากทั้งแผ่นเต็มไปด้วยรอยหมึกหรือสีสัน
เราจะถือเป็นภาพวาดที่ดีได้อย่างไร หากทั้งแผ่นเต็มไปด้วย “ความว่าง” ที่ว่างสนิท

"เราจะถือเป็นการทำงานที่ดีได้อย่างไร หากเวลาทั้งหมดอุทิศให้แต่การลงมือทำ แต่ขาดไร้ซึ่งการขบคิดพัฒนาให้ดีกว่าเดิม

เราจะถือเป็นการทำงานที่ดีได้อย่างไรหากเวลาทั้งหมดอุทิศให้แต่การสร้างจินตนาการอันบรรเจิด แต่ไม่ยอมลงมือทำอะไรเลย"

@ เราจะถือเป็นชีวิตที่ดีได้อย่างไร หากทุกการกระทำล้วนอุทิศให้ตนเอง แต่ขาดไร้ซึ่งความรักที่มีต่อเพื่อนมนุษย์

@ เราจะถือเป็นชีวิตที่ดีได้อย่างไร หากทุกการกระทำล้วนอุทิศให้ผู้อื่น โดยไม่มีที่ว่างในการเติมเต็มความรู้สึกส่วนตัวของเราเลย

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต (17 กันยายน 2553 - อ่านเจอเลยโค้ตคำพูดท่านมาซะเลย)

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป

อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน

ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย